ตอนแรกเข้าใจว่าตัวเองเครียดจากงานแต่ตอนนี้ลาออกมาเดือนกว่าๆแล้วอาการยังเหมือนเดิม อาการนอนไม่หลับถ้าหลับก็หลับแค่2ชั่วโมงก็จะตื่นแล้วจะนอนไม่หลับอีกเป็นวัน มีความรู้สึกกลัววิตกกังวล แต่หาสาเหตุไม่ได้ ถ้ามีอะไรมาทำให้รู้สึกกระทบจิตใจนิดหน่อยอาจจะเป็นเรื่องนิดหน่อยสำหรับคนอื่นแต่เราจะกลัวมากเช่นขับรถมีคนบีบแตรแต่เราไม่รู้ว่าคันไหนบีบแตร บีบแตรใส่ใครแต่เราจะกลัวว่าเขาจะบีบใส่เราจะทำร้ายเรา เป็นคนกลัวเสียงทุ้มๆสั่นๆ อันนี้เป็นมาแต่เด็กเราจะฟังเพลงมีเสียงเบสที่ลำโพงสั่นไม่ได้กลัวมากใจสั่นนั่งปิดหูอยากจะกรีดอยากจะร้องไห้จนโตอายุจะ30เราก็ยังเป็นอยู่ เสียงห้องบ้านใหม่ที่ก้องๆ เสียงระฆังเราก็กลัวมาก เป็นคนที่เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นเราจะชอบพูดคุย สนุกสนาน มีมุขตลกคุยเล่น แต่เวลาอยู่คนเดียวจะชอบเอาคำพูดที่เราคุยกับคนอื่นไปมาคิดว่าเขาจะเกลียดเราไหมที่เราพูดไป เราพูดผิดอะไรไปไหม ทั้งๆที่ตอนเราพูดจะคิดก่อนพูดทุกครั้ง ถ้าอยู่คนเดียวจะสามารถนั่งเฉยๆไม่ทำอะไรได้3-4ชั่วโมงแบบไม่ดูทีวี ไม่เล่นโทรศัพท์นั่งมองทีวีที่ปิดไว้ได้นานๆ เมื่อก่อนเราไม่เป็นแบบนี้ ถ้าเราสั่งงานลูกน้องเราจะมั่นใจกับคำพูดและความคิดของเราหรือถ้าตำนิเรื่องงานเราจะคิดว่าติเพื่อก่อให้งานดีขึ้นเขาต้องเขาใจ 2-3ปีมานี้เราไม่อยากว่าหรือติใครในเรื่องใดๆมันค่อยๆเป็นแรกๆเราก็ไม่รู้สึก หรือแม้แต่จะเสนอความคิดเห็น เรากลัวที่จะพูดเพราะคนจะแปลเจตนาของเราผิด ไม่เข้าใจความคิดของเราหรือความคิดเราอาจจะผิดกลัวมีผลต่องาน จนมาถึงเรื่องที่บ้าน เช่นตอนไปเที่ยวกันสามีของป้าโทรมาให้กลับบ้านเร็ว แต่พ่อแม่เรายังอยากเที่ยวต่อเราจะบอกว่าได้ยินว่าลุงโทรหาป้าให้กลับบ้านเร็วหน่อยเรากลับกันเลยไหม พ่อไปถามป้าว่าลุงให้กลับเร็วหรอ บอกว่าเราบอกว่าได้ยินที่คุยกับลุงป้าบอกใช่แต่เที่ยวต่อได้คุยกันแล้ว เรายินพ่อพูดแบบนั้นเรากลัวมากว่ากลัวป้าจะโกรธหาว่าเราไปว่าว่าลุงให้กลับเร็ว ตั้งแต่นั้นมามีเรื่องอะไรเราไม่บอกพ่อแม่เราอีกเลยจะเป็นเรื่องที่เราได้ยินมาหรือเรื่องของเราเอง เมื้อก่อนจะซื้อของจะชวนคนอื่นไปเดียวนี้เราจะไปคนเดียว แม้แต่กับแฟนเราก็ไม่ค่อยชวนนอกจากเขาจะชวนเองเราจะไป มีความรู้สึกว่าพ่อแม่ไว้ใจไม่ได้เอาเรื่องเราไปบอกคนอื่น เรามีเพื่อนที่แม่รู้จักกับพ่อแม่ของเพื่อน เพื่อนเล่าให้เราฟังว่าพ่อเขาฝากงานให้สถานที่ทำงานดีๆแห่งหนึ่ง แม่เราถามเราว่าทำไมเพื่อนได้ทำงานที่นั้นทั้งๆที่เราเรียนเก่งกว่า จบที่ดีกว่า(เป็นความรู้สึกของแม่เรา)เราตอบไปว่าพ่อเขาทำงานที่นั้นฝากให้ซึ่งเรื่องนี้เพื่อนเป็นคนบอกเอง พอเราพูดออกไปเรากลัววิตกกังวลว่าแม่จะเอาไปบอกคนอื่นว่าเรารู้เรื่องนี้ ทำให้เราเป็นคนที่รู้อะไรก็จะไม่บอกใคร ไม่ว่าจะเป็นการสอนงาน บอกความรู้อะไรก็ตาม เราจะไม่บอกไม่สอนจะมีความกังวลกับคำพูดตัวเองมาก ตอนนี้เจอใครก็จะพูดเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วๆไป แต่คนทั่วไปส่วนมากก็จะไม่คุยแบบนี้แต่ชอบถามเรื่องเรื่องส่วนตัว หรือถามถึงคนที่เรารู้จักว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเราไม่อยากคุย เพื่อนเวลาเจอกันบ้างที่ก็ถามถึงเพื่อนอีกคนหรือ เล่าเรื่องไม่ดีของเพื่อนคนอื่น เรื่องยืมเงิน มีเมียน้อย สามีไปมีเมียน้อย ตกงาน หรือแม้แต่เพื่อนที่เลี้ยงลูกอยู่บ้านก็จะโดนนินทา แต่เราก็เห็นว่าก็ยังไปกินข้าวไปเที่ยวด้วยกันแล้วเอาเรื่องของแต่ละคนมานินทา ถ้าที่ทำงานบ้างที่ใครลุกออกจากห้องก็จะโดนนินทา เราไม่อยากได้ยินไม่อยากรับรู้เลย เราไม่ชอบไม่อยากคุยจนสุดท้ายตอนนี้เราไม่มีเพื่อนเลยสักคน ไม่มีจริงๆ เพื่อนร่วมงาน เพื่อนสมัยเรียนก็ไม่มี ทั้งที่เมื่อก่อนเราเป็นคนเพื่อนเยอะมากๆ เมื่อก่อนเราจะมีความสุขกับสิ่งที่เราซื้อหรือทำได้ ซื้อกระเป๋าร้องเท้าเราจะมีความสุขกับมันเป็นอาทิตย์หรือถ้าทำงานสำเร็จ งานที่เราทำเสร็จเมื่อก่อนจะรู้สึกโล่งอก ดีใจที่งานสำเร็จ แต่พักหลังเราจะกังวลกับการเสนอผลงาน ให้คนอื่นเข้าใจกับสิ่งที่เราทำ เมื่อก่อนเราจะดีใจกับมันแต่ตอนนี้ไม่เลย กระเป๋าบางใบยังไม่แกะออกจากกล่อง เสื้อผ้าบ้างตัวตอนซื้อก็อยากได้นะแต่ยังไม่เอาออกจากถุงมาซัก หรือแม้แต่จะลองใส่ที่บ้าน รู้สึกตัวเองไม่มีคุณค่า รู้สึกว่าไม่มีเราอยู่ก็ได้ พ่อแม่เราดูแลตัวเองได้มีทรัพย์สินพอที่จะให้ท่านอยู่ตอนแก่ได้ รู้สึกว่ามีเราแล้วพ่อแม่ต้องเป็นห่วงโทรถามว่าทำอะไร เป็นยังไงเราไม่อยากตอบเลย บ้างที่แฟนไลน์มาว่าทำอะไรอยู่เราก็ไม่อยากตอบ รู้สึกว่าถ้าแฟนไม่มีเราเขาจะหาคนดีกว่านี้ได้ อยากให้เขาเจอคนที่ดีๆคิดว่าเขาอยู่กับเราไม่มีความสุขจะถามแฟนบ่อยมากว่ามีความสุขไหม คิดว่าถ้าเราไม่อยู่แล้วทุกคนคงมีความสุข เราเคยคิดว่าเราคงอยากได้สิ่งของใหญ่ๆเพื่อความสุขของตัวเอง ตัดสินใจซื้อรถทั้งๆตอนแรกขับรถไม่เป็นแฟนเป็นคนไปรับรถให้เรา วันไปรับรถอยู่ดีๆเราก็ไม่อยากไปรับรถให้เขาไปคนเดียว รถมาจอดที่เราเราก็ไม่รีบไปดูจอดทิ้งไว้หลายวัน เดินผ่านก็มองๆ แฟนบังคับให้เราไปหัดขับจนเราขับเป็น ตั้งแต่ออกรถมาเราเอาไปใช้ไม่ถึง5วัน ออกมา6เดือนแล้วแฟนรับรู้อาการเรามาตลอดคิดว่าถ้าเปลี่ยนที่อยู่จะดีขึ้นปกติเราอยู่ทาวน์โฮมไปดูบ้านเดียวกัน มีสวนที่นั่งเล่น นอกบ้าน แต่เราไม่อยากได้ เพราะความจริงทาวน์โอมก็พึ่งซื้อเราคิดว่าคงไม่ใช่เพราะที่อยู่ เราพยายามทำตัวร่าเริงให้เป็นปกติจนคิดว่าเราเป็นคนสองบุคลิกหรือเปล่า แฟนจะสั่งเกตให้เราเหม่อๆจะถามตลอดว่าคิดอะไร เราก็ไม่รู้คิดอะไร เราลองเปลี่ยนความสุขตัวเองเป็นการให้เราไปเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กกับเพื้อนที่ทำงานแฟน กลับบ้านมาเราทุกข์กว่าเดิมเด็กยอกชอบกินข้าวมันไก่นานๆจะได้กิน หลังจากนั้นเราไม่หินข้าวมันไก่เลยกินแล้วจะคิดถึงเด็กๆว่าคงอยากกินจะได้หินไหมนะ ไม่อยากทำอะไร กังวลกับสิ่งที่ทำ
กลัวสิ่งสกปรกมากของใช้ในบ้านต้องเช็ดแอลกอฮอล์ โทรศัพท์ต้องเช็ดทุกวัน สระผมทุกวัน อาบน้ำต้องสะอาดมาก กลัวเชื้อโรค เก้าอี้โต๊ะต้องเช็ดฆ่าเชื้อ เข้าบ้านจะนั่งโซฟาต้องอาบน้ำก่อน โน๊ตบุคเอาไปทำงานข้างนอกต้องเช็ดทุกครั้ง เรามีอาการแปลกๆ รู้สึกตัวเองผิดผกติจากคนอื่น แม้แต่กระทู้นี้เราก็พิมพ์ๆลบๆมา2วันแล้วว่าจะโพสไหม เราผิดปกติหรือเปล่า
เราเป็นอะไรกันแน่
กลัวสิ่งสกปรกมากของใช้ในบ้านต้องเช็ดแอลกอฮอล์ โทรศัพท์ต้องเช็ดทุกวัน สระผมทุกวัน อาบน้ำต้องสะอาดมาก กลัวเชื้อโรค เก้าอี้โต๊ะต้องเช็ดฆ่าเชื้อ เข้าบ้านจะนั่งโซฟาต้องอาบน้ำก่อน โน๊ตบุคเอาไปทำงานข้างนอกต้องเช็ดทุกครั้ง เรามีอาการแปลกๆ รู้สึกตัวเองผิดผกติจากคนอื่น แม้แต่กระทู้นี้เราก็พิมพ์ๆลบๆมา2วันแล้วว่าจะโพสไหม เราผิดปกติหรือเปล่า